สหรัฐส่งคืนโบราณวัตถุโจรกรรมจากอิรัก

สหรัฐส่งคืนโบราณวัตถุอารยธรรมเมโสโปเตเมียหลายพันชิ้น ที่ถูกลักลอบนำออกนอกอิรักและขายให้บริษัทค้างานศิลปะอเมริกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า สำนักงานศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ ทำการส่งมอบวัตถุโบราณราว 3,800 ชิ้น คืนแก่ทางการอิรัก ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตอิรักในกรุงวอชิงตัน วัตถุโบราณดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุโบราณกว่า 5,500 ชิ้น

ที่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศและขายให้แก่ ฮ็อบบีล็อบบีสโตร์ (Hobby Lobby Store) บริษัทค้างานศิลปะในรัฐโอคลาโฮมาของสหรัฐ ซึ่งซื้อไปในราคา 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 50.6 ล้านบาท) เมื่อปี 2553 ผ่านนายหน้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และอิสราเอล โดยในการทำข้อตกลงเมื่อปีที่แล้ว บริษัทยังยินยอมจ่ายค่าเสียหาย 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 95 ล้านบาท) เพื่อยุติคดี เจ้าหน้าที่เผยว่า บางส่วนของวัตถุโบราณนี้คือแผ่นดินเผาที่สลักอักษรคูนิฟอร์มหรืออักษรลิ่มจากสมัยอารยธรรมเมโสโปเตเมีย โดยระบุว่างานบางชิ้นได้มาจากเมืองไอริซากริก (Irisagrig) เมืองของชาวสุเมเรียนที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งที่แท้จริงในปัจจุบันได้ ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงช่วงระหว่าง 2,100-1,600 ปีก่อนคริสตกาล

วัตถุโบราณเหล่านี้ถูกส่งมายังสหรัฐโดยประทับตราว่าเป็นแผ่นกระเบื้องเซรามิค ขณะที่เอกสารระบุว่าเป็นสินค้าที่เดินทางมาจากตุรกีหรืออิสราเอล โดยใช้วิธีจัดส่งเป็นห่อขนาดย่อมส่งไปยังจุดหมายปลายทางหลายแห่งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ศุลกากร อัยการยังเผยว่า คนร้ายยังพยายามปกปิดร่องรอยด้วยการแสดงมูลค่าต่ำกว่าจริง บางห่อระบุไว้ว่าเป็นแผ่นเซรามิคราคาชิ้นละ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ด้านนายสตีฟ กรีน ประธานฮ็อบบีล็อบบีสโตร์ พยายามยืนยันถึงความบริสุทธิ์ และระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดในการทำธุรกิจกับคู่ค้าในตะวันออกกลาง ขณะที่นายบ็อบ มูโรว์ชิค ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยบอสตัน ชี้ว่า โบราณวัตถุส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำออกไปขายนอกประเทศ และมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับกลุ่มก่อการร้าย จึงเป็นความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของผู้ซื้อที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

  • |