สาวร่ำไห้ขอโทษ กุเรื่องถูกกรีดแขน อ้างเครียดเรื่องลูก-เงิน ไม่อยากอยู่คนเดียว ตร.เอาผิด 2 ข้อหา

จากกรณีสาวพาร่างโชกเลือดขึ้นโรงพักแจ้งความ อ้างถูกแท็กซี่ทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์เป็นกระเป๋าแชนแนลและเงินสดรวมมูลค่ากว่า 3 หมื่น เผยเรียกแท็กซี่จากสถานบันเทิงย่านรัชดาฯ ให้ไปส่งที่ย่านเสรีไทย ระหว่างทางโชเฟอร์ขอจอดแวะฉี่ข้างทางก่อนกลายร่างเป็นโจร พยายามกระชากกระเป๋าหรูจนยื้อยุดกัน คนร้ายใช้ของมีคมกรีดแขนจนเลือดโชกต้องยอมให้ไปแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด รอง ผบก.น.4 รุดสอบปากคำด้วยตัวเอง เบื้องต้นยังไม่เชื่อคำให้การทั้งหมด สั่งตรวจกล้องวงจรปิดหาเบาะแสจ้าละหวั่นนั้น

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น. 4 พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว , พ.ต.ท.ธีรยุทธ ใหม่แปง รอง ผกก.สส.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.ไอยรา อากาศวิภาต สว.สส.สน.ลาดพร้าว ได้แถลงผลการสืบสวนสอบสวนพิสูจน์ความจริงในกรณีที่ น.ส.ทองประกาย สุขศรีราษฎร์ อายุ 26 ปี มาแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว ว่า ตนได้ ถูกผู้ขับขี่รถแท็กซี่ทำการชิงทรัพย์และใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายนั้น ภายหลังฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต้องสงสัยว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบรถแท็กซี่ต้องสงสัย ตามที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ อีกทั้งเมื่อไล่ภาพจากจุดที่ขึ้นรถไปยังที่พักคอนโดมิเนียมย่านเสรีไทย พบว่าผู้เสียหายได้โดยสารมากับรถแท็กซี่จริง แต่ได้โดยสารตรงไปยังที่พัก ไม่ได้แวะพักจอดรถที่ใดทั้งสิ้น อีกทั้งหลังลงจากรถผู้เสียหายก็เดินเข้าไปในที่พักเพียงคนเดียว จากนั้นประมาณ 30 นาที จึงปรากฏมีเพื่อนของผู้เสียหายเดินตามเข้าไป ก่อนพากันมาแจ้งความกับตำรวจ
ด้าน น.ส.ทองประกาย กล่าวว่า ที่ทำไปเพราะเครียดมาก ไม่อยากอยู่คนเดียว ทุกครั้งที่อยู่คนเดียวเครียดทั้งเรื่องเงิน เรื่องลูก วันที่ไปเที่ยววันนั้น ไม่ได้เมา ไม่ได้อัพยา เกิดความเครียดเรื่องเงิน เรื่องลูก ยายเข้าโรงพยาบาล แม่ต้องไปดูแลยาย ไม่มีคนดูแลลูก เพราะเราต้องทำงาน เลยกรีดแขนตัวเองเพื่อผ่อนคลายความเครียด ตอนนั้นหาทางออกไม่ได้ ตอนนี้ก็ยิ่งเครียดกว่าเดิม
เมื่อถามว่า เราติดหนี้ด้วยหรือไม่ เก๋ กล่าวว่า เราติดหนี้เพื่อน ส่วนที่ไปแจ้งตำรวจ เพราะเพื่อนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เลยกลายเป็นเรื่องเอิกเริกบานปลาย เพราะเราไม่ได้บอกเพื่อน ส่วนบาดแผลใช้มีดโกนกรีด เพิ่งทำเป็นครั้งแรก

เมื่อถามว่า มีผู้เสียหายร้องเรียนเรื่องโดนเบี้ยวเงินหลายราย เก๋ กล่าวว่า ไม่จริงตอนไปเที่ยวล่าสุดหมดไป 14,000 บาท ก็จ่ายสดไม่เคยติด โดยเวลาเราไป ไปกับเพื่อน ก็ช่วยๆ กันจ่าย
“ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ คิดไม่เยอะ ไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาทีหลัง ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ สิ่งที่พูดออกไปขอโทษพี่แท็กซี่ทุกคน ขอโทษทั้งเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี ตอนนี้สำนึกผิดและยอมรับผิด อยากขอโทษสื่อโลกออนไลน์ พ่อแม่ เพื่อนที่อยู่ข้างๆมาตลอด”

ด้านพ.ต.อ.ภาสกร กล่าวว่า กรณีที่น.ส.ทองประกาย จริงความร้องทุกข์ดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ประกอบกับมีพยานหลักฐานและพยานบุคคล การดำเนินการได้คุยกับน.ส.ทองประกายแล้วก็ให้การยอมรับว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว จะดำเนินคดีรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ โทษจำคุก 3 ปี ปรับ 5,000 บาท และนำข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก ข่าวสด

  • |